HardcoreGraphic Home Tutorial Graphic Design News Show Webboard Links About Back to index page
 

PostScript คืออะไร
Date : 02:01:04 | By : PC Direct

นี้เป็นข้อความของคุณ POM+ ผมไปพบที่เว็บพันทิพ เห็นมีประโยชน์มาก ๆ จึงได้ขอนำมาโพสต์ และขอให้เวปมาสเตอร์
ทำเป็นบทความเพื่อเผยแพร่ต่อไปเพื่อเป็นประโยชน์แก่วงการพิมพ์บ้านเราครับ

วิวัฒนาการของภาษา PostScript (ตอนที่ 2) โดย : ทรงลักษณ์ สกุลวิจิตร์สินธุ จาก PC Direct ฉบับที่ 26 : ต.ค.-พ.ย. 2544
ในปัจจุบัน ภาษาคอมพิวเตอร์ภาษาหนึ่ง ที่นิยมใช้ควบคุมเครื่องพิมพ์ ในการกำหนดรูปแบบการส่งข้อมูลไปพิมพ์ ว่าจะให้
ได้อะไรบ้างออกมาบนกระดาษ นอกเหนือจากภาษา PCL ที่คิดค้นโดยบริษัท HP ผู้บุกเบิกวงการเครื่องพิมพ์เลเซอร์แล้ว
ก็คือ “ภาษา PostScript” ซึ่งจัดเป็นภาษาประเภท Page Description Language (PDL) คือใช้บรรยายสิ่งที่จะให้พิมพ์
ลงบนแต่ละหน้ากระดาษ (page) แต่ก่อนที่จะพูดถึงในรายละเอียดของ PostScript เรามาค่อยๆ เริ่มทำความรู้จักกับ
ประวัติความเป็นมาของ PostScript กันก่อนดีกว่าค่ะ

ความเป็นมาของ PostScript PostScript มีมานานแล้วเกือบ 20 ปี โดยใช้งานกันในอุตสาหกรรมประเภทสิ่งพิมพ์เป็นหลัก
และในปัจจุบัน เมื่อมีเครื่องพิมพ์แบบเลเซอร์ใช้กันแพร่หลายขึ้น PostScript ก็ยังคงมีความสำคัญอย่างมาก สำหรับเลเซอร์
พรินเตอร์ที่ใช้ในอุตสาหกรรมนี้

ยุคมืด - ก่อนจะมี PostScript เพื่อให้เข้าใจถึงความสำคัญของตัว PostScript เรามาดูว่าในอดีตก่อนที่จะมีการใช้ PostScript
นั้นเขาทำงานกันอย่างไร โดยแต่ก่อนนี้ในเมืองไทย ระบบการพิมพ์แบบออฟเซ็ตจะใช้การอัดเพลต หรือแม่พิมพ์ เช่นเดียว
กับในปัจจุบัน โดยในการอัดเพลตนั้น จะต้องมีต้นฉบับที่เป็นฟิลม์ หรือไม่ก็เป็นกระดาษแผ่นๆ ที่เรียกว่า “อาร์ตเวิร์ก”
(artwork) สำหรับไปใช้กล้องถ่ายออกมาเป็นฟิล์มก่อน ตัวอักษรและรูปภาพที่อยู่บนกระดาษอาร์ตเวิร์กนี้ จะถูกพิมพ์ออกมา
อย่างเป็นระเบียบ และสวยงาม ทีละคอลัมน์มาเรียงต่อกัน ซึ่งหากเป็นงานเล็กๆ ก็อาจใช้พิมพ์ดีดไฟฟ้า แต่ถ้าจะเป็นงานใหญ่
ก็ต้องใช้เครื่องเรียงพิมพ์คอมพิวเตอร์ แบบที่เรียงเฉพาะตัวอักษร (เรียกกันในยุคนั้นว่าเครื่องคอมพิวกราฟิก) ซึ่งคมชัด
อัดออกมาเป็นม้วนๆ แล้วจึงนำมาปะลงบนกระดาษอาร์ตเวิร์ก ตามตำแหน่งที่ต้องการอีกทีหนึ่ง ส่วนรูปภาพนั้น ถ้าเป็นลายเส้น
ก็อาจวาดและปะลงไปบนอาร์ตเวิร์กได้เลย แต่ถ้าเป็นรูปถ่ายหรือสไลด์ ที่มีขนาดไม่พอดีกับที่ต้องการ ก็ต้องให้ร้านทำแม่พิมพ์
(ร้านเพลต) ไปถ่ายย่อหรือขยายให้พอดี แล้วนำมาประกอบกับฟิล์ม ที่ถ่ายจากอาร์ตเวิร์กบนกระดาษทีหลัง

เห็นมั้ยคะว่าขั้นตอนกว่าจะพิมพ์หนังสือ ออกมาให้คุณอ่านกันได้นั้น แต่ละหน้าที่
มีทั้งข้อความกับรูปรวมกันนั้น ไม่ใช่ทำกันง่ายๆเลย แต่เมื่อมีภาษา PostScript
เข้ามาช่วย ก็ทำให้กระบวนการทั้งหมดนี้ง่าย และเรียบร้อยสวยงามขึ้น

เริ่มต้นที่ซีร็อกซ์ (Xerox) การพัฒนาภาษา PostScript เริ่มต้นครั้งแรกที่
PARC (Palo Alto Research Center) ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยของซีร็อกซ์ และ
ถือว่าเป็นสถานที่ ที่มีการพัฒนาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์จำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น
เครื่องพิมพ์เลเซอร์, ส่วนติดต่อผู้ใช้แบบกราฟิกหรือ GUI (graphical user
interface) ที่มีหลายวินโดว์โดยใช้ร่วมกับเมาส์ และรวมถึงอีเทอร์เน็ต
(ethernet) แต่ทาง Xerox ก็ดูเหมือนจะไม่ประสบความสำเร็จ ในการเอา
ผลงาน จากสถาบันนี้ไปขาย อย่างจริงจังเท่าไรนัก เลยกลายเป็นแหล่งที่บ่มเพาะ
นักวิจัยให้กับบริษัทอื่นๆไป วิศวกรที่เก่งมากคนหนึ่งของซีร็อกซ์ ชื่อว่า John
Warnock ได้ทำการพัฒนาภาษาขึ้นมาชื่อว่า “Interpress” ที่สามารถใช้
ควบคุมการทำงาน ของเครื่องพิมพ์เลเซอร์ของ Xerox เขาและหัวหน้าของเขา
ที่ชื่อว่า Charles M. ‘Chuck’ Geschke ได้ใช้ความพยายามกว่า 2 ปี เพื่อ
สร้างความเชื่อมั่นให้กับซีร็อกซ์ในการนำ Interpress เสนอเป็นสินค้าตัวหนึ่ง
ซึ่งเมื่อบริษัทซีร็อกซ์ไม่เห็นด้วย พวกเขาจึงตัดสินใจออกจากซีร็อกซ์ และมาทำ
ธุรกิจด้วยตัวเอง

หลังจากผ่านความยากลำบากมาพักหนึ่ง ในการทำงานที่บ้านของ Warnock ใน Los Altos ที่แคลิฟอร์เนีย John Warnock
และ Chuck Geschke ได้เปิดบริษัทในชื่อว่า Adobe โดยเริ่มแรก Warnock และ Geschke คิดว่าจะสร้างเครื่องพิมพ์
ขึ้นมาซักตัว แต่ภายหลังพวกเขาคิดว่าน่าจะดีกว่า ในการพัฒนาเครื่องมือ (ซอฟต์แวร์) ที่จะช่วยให้อุปกรณ์อื่นๆ สามารถทำการ
ควบคุมเครื่องพิมพ์ ได้อย่างมีมาตรฐานที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ในการพัฒนาภาษา PostScript ต่อเนื่องมาจนปัจจุบันนั้น
ใช้คนถึง 20 คน ตลอดระยะเวลา 20 ปี จนมาเป็น PostScript level 3 ที่มีความสามารถใช้ควบคุมอุปกรณ์การแสดงผลได้
อย่างที่เราเห็นกันในปัจจุบัน ตั้งแต่เครื่องพิมพ์เลเซอร์ตั้งโต๊ะ ราคาไม่กี่หมื่นบาท ไปจนถึงเครื่องเรียงพิมพ์ ที่สร้างภาพลงบน
ฟิล์ม หรือเพลตขนาดใหญ่ ราคาหลายล้านบาท

1984 : PostScript level 1

ในปี 1984 PostScript ได้เปิดตัวออกมาเป็นครั้งแรก โดยใช้ชื่อว่า PostScript
เฉยๆ ส่วนคำว่า ‘Level 1’ นั้น เพิ่มขึ้นมาภายหลัง เพื่อให้เห็นความแตกต่างจาก
รุ่นใหม่ ที่ออกมาทีหลัง ซึ่งเรียกว่าเป็น Level 2 PostScript ถือเป็นภาษาที่มี
ความสามารถมาก นับตั้งแต่ช่วงเวลาเริ่มต้นที่ PostScript ยังต้องการระบบที่มี
ความสามารถมาก ในการรองรับการทำงาน ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ช่วงระยะปี
แรกๆ เครื่องพิมพ์ที่ใช้ PostScript มีความสามารถมากจนแม้แต่ Macintosh
เอง ยังต้องนำ PostScript เข้ามาใช้กับงานด้านการเตรียมพิมพ์ หรือเรียงพิมพ์
ด้วยคอมพิวเตอร์ (electronic prepress)

ซึ่งข้อได้เปรียบของ PostScript ที่ระบบอื่นๆไม่มี ได้แก่ PostScript ไม่ขึ้นอยู่
กับอุปกรณ์ตัวใดตัวหนึ่งโดยเฉพาะ (device independant) นั่นหมายความว่า
ลักษณะการพิมพ์ต่างๆ ที่กำหนดไว้ในภาษา PostScript จะให้ผลลัพธ์ที่เหมือน
กันบนอุปกรณ์ที่ใช้ PostScript ตัวใดก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องพิมพ์เลเซอร์ ที่มี
ความละเอียดเป็น 300 dpi (จุดต่อนิ้ว หรือ dot per inch) หรือ 600 dpi หรือ
เครื่องเรียงพิมพ์ระดับมืออาชีพ ที่มีความละเอียดเป็น 2400 dpi หรือสูงกว่านั้น ผู้ผลิตบางรายสามารถซื้อลิขสิทธิ์ (license)
ตัวแปลภาษาหรืออินเตอร์พรีตเตอร์ (interpreter) ของ PostScript มาเพื่อใช้สร้างอุปกรณ์แสดงผล หรือเครื่องพิมพ์ ในแบบ
ของตนเอง ที่ใช้งานร่วมกับคำสั่งภาษา Postscriptได้

รูปแบบภาษา (syntax) ของ PostScript เปิดกว้างสำหรับให้ผู้พัฒนาโปรแกรมรายอื่นๆ สามารถเขียนซอฟต์แวร์ เพื่อสนับสนุน
การทำงานของมันได้ ในตอนต่อไปเราจะมาดูกันว่า PostScript นั้นสามารถโบยบินไปในโลกของการพิมพ์ได้อย่างไร
รวมถึงเรื่องของตัว Page Description Language, วิธีการทำงานของ PostScript และความแตกต่างระหว่าง PostScript
แท้และไม่แท้ เราได้พูดถึงวิวัฒนาการ และความเป็นมาของ PostScript ตั้งแต่ยุคมืด หรือยุคก่อนที่จะมี PostScript ไปจน
ถึงยุคที่เริ่มเปิดตัว PostScript Level 1 กันไปแล้ว เราจะมาติดตามกันต่อว่า PostScript นั้นเข้ามามีส่วนสำคัญในโลกของ
การพิมพ์ได้อย่างไร ได้เวลาของ PostScript แล้ว

ในยุคนั้น PostScript ถือเป็นความเสี่ยงอย่างมากของ Adobe ซึ่งอาจกลายเป็นความล้มเหลวในเชิงการตลาดได้ ถ้ามัน
ไม่ได้รับความสนใจจาก Steve Jobs แห่งคอมพิวเตอร์ Apple Computer ในปี 1985 ยอดขายของเครื่อง Macintosh ตกลง
และ Apple เองต้องการแอพพลิเคชัน ที่จะใช้สำหรับเครื่องรุ่นใหม่ จากการที่ Steve Jobs ชื่นชอบในเทคโนโลยีของ Adobe
เขาจึงลงทุน 2.5 ล้านเหรียญดอลลาร์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริหารของ Adove คือ John Warnock ที่จะสร้างคอนโทรล
เลอร์ของ PostScript สำหรับใช้งานกับเครื่องพิมพ์เลเซอร์ของ Apple โดยเครื่องพิมพ์ตัวนี้จะคล้ายกับ HP LaserJet แต่
ต่างกันตรงที่ คอนโทรลเลอร์ของ PostScript จะให้ผลลัพธ์ออกมา มีคุณภาพตรงตามแบบที่กำหนดได้ดีกว่า

และนอกจากนี้ทั้ง Apple และ Adobe ยังได้ผู้สนับสนุนรายที่สามเพิ่มเข้ามา เป็นบริษัทที่สร้างแอพพลิเคชันเพื่อใช้งานบน
เครื่อง Mac และเครื่องพิมพ์เลเซอร์ให้เต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น คือบริษัท Aldus ต้นคิดโปรแกรม PageMaker ที่ใช้จัด
การเรียงพิมพ์เอกสารนั่นเอง จากจุดนี้เอง Desktop publishing ก็ได้ถือกำเนิดขึ้น โดยรวมความสามารถของเครื่องพิมพ์
เลเซอร์, PostScript และ PageMaker เข้าไว้ด้วยกันภายในเครื่อง Apple นอกจากนี้เครื่องยิงฟิล์ม (imagesetter) ของ
Linotype ก็เป็นรายแรกที่นำเอาภาษา PostScript ไปใช้ควบคุมการสร้างภาพ โดยมีการทำงานในลักษณะที่เรียกว่า RIP หรือ
Raster Image Processor คือสร้างภาพบนฟิล์ม (สำหรับนำไปอัดเพลทเพื่อใช้ในการพิมพ์) โดยแปลงจากข้อมูลของไฟล์
PostScript ที่มีทั้งการลากเส้นแบบเวคเตอร์ และภาพที่เป็นจุดๆ รวมกับฟอนต์ต่างๆ ให้กลายเป็นภาพเดียวกันหมด โดยการ
กวาดภาพทีละเส้น แบบเดียวกับการกวาดภาพของจอโทรทัศน์ หลังจากนั้นไม่นานอุปกรณ์ต่างๆ ที่ผลิตออกมา ได้มีการใช้
PostScript กันอย่างกว้างขวางไปทั่วโลก






 
   
 
+ HardcoreGraphic 7.0 Sponsored by Elife.co.th
Copyright©2002-2008 www.hardcoregraphic.com All rights reserved