HardcoreGraphic Home Tutorial Graphic Design News Show Webboard Links About Back to index page
 

กล้องดิจิตอล DiMAGE Z1
Date : 03:12:03 | By : HardcoreGraphic

HardcoreGraphic Review เดือนธันวาคมนี้ขอพาท่านไปรีวิวกล้องดิจิตอลกันหน่อย หลังมีการแข่งขันทางด้านการตลาดค่อนข้างรุนแรง
และมันหยดติ๋งๆ จากรายชื่อกล้องที่สำรวจดู จะขอเริ่มจากค่าย Minolta รุ่น DiMage Z1 ซึ่งเป็นกล้องรุ่นใหม่เอี่ยมระดับกลางๆที่เพิ่งจะ
เข้ามาวางตลาดบ้านเราเมื่อเดือนก่อน ด้วยรูปทรงที่โฉบเฉี่ยวล้ำสมัย แต่เล็กกระทัดรัด ถือแล้วนุ่มมืออย่างบอกไม่ถูก หนักเพียง 305 กรัม
เท่านั้น วางบนมือคุณได้อย่างน่าทะนุถนอม


ด้วยความละเอียดระดับ 3.2 ล้านพิกเซล และใช้เลนส์แบบ Single Lens-Reflex แบบดิจิตอล สามารถ
ซูมภาพได้ถึง 10 เท่า!! ขอย้ำว่า 10 เท่า แบบ Opttical นะครับ เรียกว่าเป็นกล้องที่มีความสามารถทาง
ด้านซูมสูงมากตัวหนึ่ง ตัวเลนส์ซ้อนกันหลาย 10 ชั้น และด้วยเทคโนโลยีระดับสูง กล้องรุ่นนี้จึงได้ชื่อว่า
มีระบบ Auto Focus ที่เร็วที่สุดในโลกอีกด้วยประมาณ 0.3 วินาที


ขณะที่รูรับแสงเท่ากับ 2.8 - 3.5 สต๊อป ขนาดโฟกัสเลนส์จะเท่ากับ 35 mm เมื่อเทียบกับกล้องฟิล์ม
และเมื่อคุณรวมระยะซูมแบบ Digital 4X เข้าไป เท่ากับว่ากล้อง DiMAGE Z1 สามารถซูมภาพได้
ถึง 40 เท่าเลยทีเดียว (35 - 1520 mm) หากเป็นกล้องธรรมดาคงไม่สามารถทำได้มากถึงขนาดนี้
ส่วนระบบการถ่ายแบบมาโคร (ระยะใกล้) สามารถถ่ายได้ในระยะ 4 เซนติเมตร ถือว่าใกล้มาก




การถ่ายภาพถือว่าเป็นไปอย่างง่ายดาย เนื่องจากตัวกล้องมีออโต้โปรแกรมให้คุณเลือกใช้ตามสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม คือ ถ่ายภาพ
portrait (บุคคล), sports action (กีฬา), landscape (วิวทิวทัศน์), sunset (พระอาทิตย์), และ night portrait (ถ่ายภาพตอน
กลางคืน) ซึ่งภาพถ่ายในสภาพแสงที่น้อย การเกิด Noise จะน้อยมาก เนื่องจากมีระบบลดการเกิด Noise ที่ดีนั่นเอง หากบางคนต้องการ
ปรับแต่งเองก็สามารถเลือกไปที่หมวด Manual ได้ทันทีเช่นกัน



ภาพที่ถ่ายจาก DiMAGE Z1 ออกมาสวยสด น่าพอใจ
ระบบถ่ายภาพมาโครใกล้สุดถึง 4 เซนติเมตร

ความสามารถอย่างบันทึกฟอแมทเป็นวีดีโอก็ทำได้แบบกล้องดิจิตอลทั่วไป ด้วยความละเอียดสูงสุด
ที่ 640 x 480 pixels ต่อออกหน้าจอทีวีได้ ถ้าต่อออกคอมพิวเตอร์จะต่อผ่าน สาย USB 1.1
สนับสนุนทั้งระบบ Mac และ PC โดยจะมีแผ่นไดรเวอร์ และซอฟแวร์ที่ใช้ในการตัดต่อภาพวีดีโอ
(ArcSoft) มาให้ด้วย

แบตเตอรี่จะใช้แบบ AA Ni-MH หรือ ถ่าน alkaline ซึ่งแนะนำว่าให้ใช้ถ่านแบบ Ni-MH
(ถ่านชาร์ต) จะใช้ได้นานและคุ้มค่ากว่า ส่วนฟังก์ชั่นเสริมอื่นๆสามารถต่อแฟลชแบบ Hot Shoe
เพิ่มเติมเข้าไป และสามารถใส่เลนส์คอนเวิทเตอร์ ซึ่งเป็นอุปกรณ์เสริมขายแยกต่างหากได้อีก

แม้ว่าความละเอียดจะน้อยไปนิดเมื่อเทียบกับความสามารถด้านอื่นๆ ซึ่งหากไม่ได้ใช้ถ่ายภาพใน
ห้องสตูดิโอ กล้องระดับนี้ เรียกว่าเหมาะสมกับเราๆท่านๆแน่นอนเท่าที่ผมลองใช้ดูแล้ว น่าสนใจ
มากครับ ส่วนราคาประมาณ 2 หมื่นกว่าบาทครับ


Go to manufactory





 
   
 
+ HardcoreGraphic 7.0 Sponsored by Elife.co.th
Copyright©2002-2008 www.hardcoregraphic.com All rights reserved