รวมบทความติวเตอร์ CorelDARW (เริ่มหัด CorelDRAW ได้จากที่นี่)

  • 10 ตอบ
  • 95363 อ่าน

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

*

ออฟไลน์ rong

  • Level 2
  • *
  • 187
  • 15
  • เพศ: ชาย
  • สาวกเวกเตอร์ สาขา CorelDRAW
    • ดูรายละเอียด
เมนูห้อง CorelDRAW


เรียนรู้วิธีใช้งาน CorelDRAW ผ่านโครงงานต่างๆ ตามนี้ เราก็จะได้ค่อยๆเรียนรู้วิธีใช้งานเครื่องมือและระบบต่างๆ
ไปด้วยในตัว ผ่านการวาดภาพต่างๆที่ต้องการ ถ้าทำตามได้ทุกข้อ เชื่อว่าต้องใช้โปรแกรมได้อย่างดีแน่นอน
โครงงานที่ 1. วาดรูปคลิ๊บหนีบกระดาษ
โครงงานที่ 2. วาดรูปดอกไม้ด้วย CorelDRAW
โครงงานที่ 3. บิดเส้นอิสระด้วย CorelDRAW
โครงงานที่ 4. ทำลำแสงกระจาย ด้วย CorelDRAW
โครงงานที่ 5. วิธี วาดภาพ Perspective ด้วยคำสั่ง Add Perspective
โครงงานที่ 6. สร้างรูปบน CorelDRAW แล้วโยนเข้า flash ทำภาพเคลื่อนไหว
โครงงานที่ 7. วาดรูปโซ่  ด้วยCorelDRAW
โครงงานที่ 8. เพิ่มมิติให้ชิ้นงาน ด้วยคำสั่ง Interactive Extrude Tool
โครงงานที่ 9. เปลี่ยนตัวหนังสือให้เป็นรูปทรงที่ต้องการ ด้วยคำสั่ง Envelope
โครงงานที่ 10. ใช้ CorelDRAW วาด กรอบรูปขอบไม้
โครงงานที่ 11. วิธีการสร้างปุ่มแบบมีมิติ
โครงงานที่ 12. ทำตัวอักษรนูน ด้วยคำสั่ง Contour
โครงงานที่ 13. วาดลายเส้นยอดอ่อน ด้วยเครื่องมือยากันยุง (spiral Tool (A))
โครงงานที่ 14. วิธีทำตัวอักษร เจล
โครงงานที่ 15. ไอค่อนดอกไม้ภาคสอง (คำสั่ง weld และการใส่สี )
โครงงานที่ 16. วิธีทำปุ่มแก้ว ด้วย CorelDRAW
โครงงานที่ 17. ไอค่อนดอกไม้ภาค3 คำสั่ง(Interactive Distortion tool)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 18, 2011, 02:50:50 PM โดย rong »

*

ออฟไลน์ rong

  • Level 2
  • *
  • 187
  • 15
  • เพศ: ชาย
  • สาวกเวกเตอร์ สาขา CorelDRAW
    • ดูรายละเอียด
ระบบ และการตั้งค่า ต่างๆ รวมถึงเทคนิคการใช้งาน โปรแกรม CorelDRAW

-ระบบสั่ง PrintในโปรแกรมCorelDRAW(งานเล็กกว่า A4  และงานใหญ่กว่า A4)


-การใช้เครื่องมือ Artistic Media tool ภาคหนึ่ง (ตัวหนังสือแบบใช้ปากกาหัวตัดเขียน)


-การตั้งค่า Printer profile


-วิธีตั้งรูปให้เป็นพื้นหลัง


-วิธีการใช้โปรแกรม Font Navigator แบบเบื้องต้น


-วิธีปรับหน้าตา โปรแกรมCorelDRAW ให้เหมือนโปรแกรม AI


-การสแกนภาพด้วยเครื่องสแกน เข้าCorelDRAW โดยตรง


-วิธีย่อภาพเคลื่อนไหว ด้วย Corel R.A.V.E.


-ทำ Color test ไว้ใช้เอง


-เกี่ยวกับ สี cmyk และสี rgb


-การแทรกตัวหนังสือรูปภาพ (ไอค่อนรูปภาพอัตโนมัติ)


-คุณเคยสงสัยมั้ย ทำเป็นเวลาเลือนเครื่องมือบ้างครั้ง มักขยับไปเป็นสเต๊ปๆ (snap to....)


-จานสี และ หลอดสี (ทำให้คุณสร้างสีที่ต้องการได้ไม่ยาก)


-blend แล้ว blend อีก ซ้อนกัน เพื่อทำจุดๆแบบแนว halftone


-การทำภาพ ให้แนว Halftone


-วิธีใช้คำสั่ง Bitmap Color Mask และวิธีแต่งโหนดเพื่อตัดภาพ Bitmap


-ปากกาวาดเส้นผม ด้วยเครื่องมือ Artistic Media


-ROUND CORNERS ใน CorelDRAW 

-มุมมองแบบต่างๆของโปรแกรม CorelDRAW (view)


-วิธีเปิด ถาดสี , วิธีผสมสี  ,วิธีดูดสี และเติมสีที่ดูดมา


-การปรับแต่ง pattern ด้วย Interactive fill tool ใน โปรแกรม CorelDRAW


-การปรับแต่ง คำสั่ง Bevel(ทำให้ตัวหนังสือมีมิติ)ใน โปรแกรม CorelDRAW


-การ blend ให้วัตถุวิ่งตามเส้น Path ใน โปรแกรม CorelDRAW
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 16, 2011, 07:52:22 PM โดย rong »

*

ออฟไลน์ rong

  • Level 2
  • *
  • 187
  • 15
  • เพศ: ชาย
  • สาวกเวกเตอร์ สาขา CorelDRAW
    • ดูรายละเอียด
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 24, 2014, 08:02:56 AM โดย rong »

*

ออฟไลน์ rong

  • Level 2
  • *
  • 187
  • 15
  • เพศ: ชาย
  • สาวกเวกเตอร์ สาขา CorelDRAW
    • ดูรายละเอียด
บทที่หนึ่ง เรื่องของเส้น

จะเรียกว่าเส้นเป็นหัวใจของโปรแกรม เวกเตอร์ก็ว่าได้น่ะครับ
เราจะมาพูดถึงเส้น และการบังคับเส้น

เส้นจะประกอบด้วยโหนด(node) และ เส้นพาธ(path)
 
โดยเส้นพาธจะมีโหนดอยู่ ปลายทั้งสองด้าน
พูดง่ายๆก็คือ เส้นตรง1เส้นมี เส้นพาธ เส้นเดียว โหนดสองโหนด
สี่เหลี่ยม มีสี่โหนด สี่เส้นพาธ
วงกลม มี 1โหนด 1เส้นพาธ


เส้นพาธ  มีอยู่สองคุณสมบัติ คือ
1 เป็น line (พาธ ตรง)
2 เป็น curve (พาธ โค้ง)
โดยเราจะตรวจ คุณสมบัติโดยดูจาก properties
เราจะใช้ เครื่องมือ Shape tool กดแตะที่เส้น ที่ต้องการตรวจ

ภาพแรกจะเห็น เส้นตรง(line) ใส  หมายถึง ขณะนี้เส้นมีคุณสมบัติเป็นเส้นตรงอยู่
(คือสามารถกดที่ปุ่มCurve เพื่อเปลี่ยนเป็นเส้นโค้งCurveได้นั้นเอง)


ภาพสองจะเห็น เส้นโค้ง(Curve) ใส  หมายถึง ขณะนี้เส้นมีคุณสมบัติเป็นเส้นโค้งอยู่
(คือสามารถกดที่ปุ่มline เพื่อเปลี่ยนเป็นเส้นตรงได้นั้นเอง)

จำง่ายๆคือสำหรับคุณสมบัติของเส้น  ถ้าปุ่มไหนใส แสดงว่าลักษณะเส้นเป็น แบบนั้นอยู่
***********************************************
โหนดของเส้นตรง(line)  จะไม่มีแขนดัด
(ก็เพราะมันวิ่งตรงจากโหนดหนึ่งไปอีกโหนดหนึ่งเลย จึงไม่มีแขน)
โหนดของเส้นโค้ง(Curve) จะมีแขนดัด
(ก็เพราะมันโค้งไง จึงจำเป็นต้องมีแขนของโหนดไว้ดัดบังคับ เส้นให้โค้งตามต้องการ)
***********************************************
ต่อไปเราจะมาดู   คุณสมบัติของโหนด 
จากเส้นเดิม เราจะใช้เครื่องมือ shape tool ดับเบิ้ลคลิ๊กที่ตรงกลางเส้น
เพื่อเป็นการเพิ่มโหนดขึ้นมา ตรงกลางเส้น (วงกลมสีเขียว)
มองดูจากProperties เส้นนี่เป็นเส้นตรง   จะไม่มี แขนของโหนดขึ้นมา
ปุ่มบอกลักษณะของโหนดจึงใสหมด(ไม่มีคุณสมบัติของโหนดนั่นเอง)


ภาพต่อไปเรากดเปลี่ยนเส้นเป็น แบบเส้นโค้ง 

ปุ่มบอกลักษณะของโหนดจึงมีสีเข้มขึ้นมา
มองดูปุ่มที่ใสคือปุ่มแรกคือ 
1. Cusp Node เป็นโหนดแบบ ตัดความสัมพันธ์กัน ระหว่างเส้นซ้าย-ขวา
   เมื่อเราดัดเส้นทางซ้าย เส้นทางขวาจะไม่ขยับตาม ทำให้เกิดเป็นมุมหักได้
ในภาพนี้เราจับแขนเขียว ดึงลง จะเห็นว่าเส้นที่อยู่ด้านขวาไม่ขยับตาม

2. Symmetrical Node เป็นโหนดแบบสัมพันธ์กันแขนเท่ากัน
  เมื่อเราดัดเส้นทางซ้าย เส้นทางขวาก็จะขยับตาม ทำให้เกิดมุมของโหนดที่ เป็นมุมโค้ง
 โดยแขนฝั่งตรงข้าม จะเท่ากับแขนอีกด้าน

3.Smooth Node เป็นโหนดแบบสัมพันธ์กัน แขนไม่เท่ากัน
  เมื่อเราดัดเส้นทางซ้าย เส้นทางขวาก็จะขยับตาม ทำให้เกิดมุมของโหนดที่ เป็นมุมโค้ง
 โดยแขนฝั่งตรงข้าม จะไม่เท่ากับแขนอีกด้าน คืออิสระจากกัน แต่ยังคงเป็นมุมโค้งอยู่


เมื่อเราเข้าใจการบังคับ เส้น พาธ และโหนด
เราก็จะสามารถดร๊าฟรูปเหมือนหรือสร้างรูปทรงได้ตามต้องการ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 08, 2011, 01:29:46 PM โดย rong »

*

ออฟไลน์ rong

  • Level 2
  • *
  • 187
  • 15
  • เพศ: ชาย
  • สาวกเวกเตอร์ สาขา CorelDRAW
    • ดูรายละเอียด
วิธีตั้งค่าของเส้นคือ
อันดับแรกเราต้องจับเส้นพาทที่ต้องการปรับเปลี่ยนไว้ก่อน แล้วกด F12
กรอบ Outline Pen จะปรากฎขึ้นมา

.
.
1. การเปลี่ยนสีเส้น กดเลือกสีที่ต้องการ   
ความจริงแล้วในกรณีที่ต้องการเปลี่ยนสีเส้น  เพียงจับพาทไว้ แล้วคลิ๊กเมาท์ขวา ที่พาเลดสี
ในช่องสีที่ต้องการ สีเส้นก็จะเปลี่ยนตามสีนั้น  โดยไม่ต้องเปิดกรอบOutline Pen ขึ้นมาก็ได้
ส่วนการคงพาทไว้ แต่ว่าไม่ให้มองเห็นเส้น ให้กด คลิ๊กขวาที่พาเลดสีตำแหน่งกากบาท
จะทำให้มองไม่เห็นตัวเส้น แต่ว่าเส้นยังอยู่ที่เดิม (จะเห็นได้ก็ต่อเมือกดมุมมองแบบwirefram
กดที่เมนูบาร์แล้วกด view - wirefram)

.
.
2. กำหนดขนาดของเส้น  โดยสามารถปรับหน่วยวัด ได้ตามต้องการ

.
.
3. กำหนดรูปแบบ แบบเส้นทึบเส้นปะ เส้นไข่ปลาและอื่นๆอีกมากมาย
   อีกทั้งยังสามารถ กำหนดจุดทึบๆปะๆ ได้ด้วยตัวเองโดยกด Edit Style

.
.
4. กำหนดมุม โดยมีมุมให้เลือก3แบบ เมื่อเรากำหนดเส้นขนาดใหญ่แล้ว มุมหักของเส้นพาท จะเกิดมุม
โดยแบบที่ หนึ่งเป็นมุมแหลม ตามด้วยมุมบน และมุมตัด เลือกใช้ได้ตามลักษณะงานที่ต้องการ

.
.
5.ระยะห่างของเส้น ที่มีผลกับพาท  
เราคิดง่ายๆก็คือ พาทเป็น กระดูก แล้วเส้นline เป็นเนื้อที่งอกจากกระดูก
มีให้เลือกสามแบบ
แบบมน ในส่วนปลาย คุมรอบปลายพาท
แบบตัด ในส่วนปลายคุมรอบปลายพาท
แบบตัด ในส่วนปลายติดปลายพาทเลย แบบนี้ใช้ร่วมกับ Snap
ลองทดลองสร้างงานแล้วปรับดูท่านจะรู้ว่าควรใช้ระยะแบบไหน ในกรณีไหน

.
.
6.ตั้งค่าส่วนปลายของเส้นเป็นหัวลูกศร
เลือกได้หลายแบบ และสามารถเลือกได้ทั้งส่วนหัวและส่วนท้ายของเส้น

.
.
7.วาดหัวลูกศรด้วยตัวเอง
เราสามารถกำหนดรูปแบบหัวหรือปลายเส้นได้ด้วยตัวเอง โดยการวาดขึ้นมาใหม่

.
.
8.กำหนดลักษณะส่วนปลายของเส้น รวมถึงช่วงปะของไข่ปลา กลมรี หรือว่าเฉียงได้ตามต้องการ

.
.
9.Behind fill ปรกติ ถ้าไม่ติ้กถูกไว้ เส้นจะอยู่หน้าfill เลย 
แต่ถ้าติ๊กถูกเส้นที่โตจากแกนกลางของพาทจะไปอยู่ด้านหลัง

.
.
10.Scale with image ตัวล็อคขนาดเส้น
กรณีไม่ติ๊กถูก   เมือเราขยายหรือย่อ  ขนาดของเส้นจะไม่เปลี่ยนแปลง
เช่น สี่เหลี่ยม 10มิลX10มิล ตั้งเส้นไว้ขนาด 2มิล เมื่อเปลี่ยนขนาดของสี่เหลี่ยมให้ใหญ่เป็น 20มิลx20มิล
เส้นก็ยังคง 2มิลเหมือนเดิม
กรณีติ๊กถูก   เมือเราขยายหรือย่อ  ขนาดของเส้นจะเปลี่ยนแปลงตามสเกลที่ใหญ่ขึ้นหรือเล็กลง
เช่น สี่เหลี่ยม 10มิลX10มิล ตั้งเส้นไว้ขนาด 2มิล เมื่อเปลี่ยนขนาดของสี่เหลี่ยมให้ใหญ่เป็น 20มิลx20มิล
เส้นจะเปลี่ยนเป็น 4มิล คือเปลี่ยนไปตามสเกลของขนาดนั้นเอง



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 08, 2011, 02:00:23 PM โดย rong »

*

ออฟไลน์ rong

  • Level 2
  • *
  • 187
  • 15
  • เพศ: ชาย
  • สาวกเวกเตอร์ สาขา CorelDRAW
    • ดูรายละเอียด
วิธีแปลงเส้นให้เป็น Object

ในรูปผมดัดเส้นเดี่ยวๆ ให้เป็น รูปตัวเอส แล้วปรับขนาด ให้เส้นใหญ่ขนาด 8มิล
แล้วใช้คำสั่ง ที่เมนูบาร์ Arrange -Convert outine to Object

เส้นเดี่ยวๆ ก็จะเปลี่ยนเป็น เส้นวิ่งรอบ ตัวเอสเลย สามารถทำไปตัดสติกเกอร์กันเครื่องตัดสติกเกอร์ได้เลย
หรือจะลงสี เส้นขอบได้อีกด้วย 
แต่ก็ยังคงมีเส้นเก่าอยู่แกนกลางด้วยน่ะครับ เราต้องลบมันออกไปก่อน
แล้วค่อยนำแต่ Object ไปใช้งานต่อไป


ตัวอย่างการใช้งาน
วิธีดร๊าฟตัวหนังสือลายมือเขียน
ให้เราดร๊าฟเส้นเดี่ยวก่อนน่ะครับ ให้อยู่ตรงกลาง

จากนั้นให้เปลี่ยนขนาดเส้นโดยกดที่ตัวหนังสือ ที่เราดร๊าฟขึ้นมา เปิดกรอบ Outline pen(กด F12)
เปลี่ยนขนาดของเส้น Width ให้อ้วนเท่ากับขนาดตามต้องการ
Corners เลือกแบบมน
Line caps เลือกแบบมน

จากนั้น ให้เปลี่ยนเส้นเป็น object
โดยกด Arrange - Convert Outline To Object

เรียบร้อยครับ จากนั้นก็ปรับแต่งโหนดให้สวยงามตามแบบ
ก็จะได้แบบพร้อมใช้ตัดสติกเกอร์ได้เลย

*

ออฟไลน์ rong

  • Level 2
  • *
  • 187
  • 15
  • เพศ: ชาย
  • สาวกเวกเตอร์ สาขา CorelDRAW
    • ดูรายละเอียด
บทที่สอง fill และ line
เริ่มแรกทำความเข้าใจเกี่ยวกับ โปรแกรมก่อน

พื้นที่ทำงาน เมื่อเปิดโปรแกรมขึ้นมาแล้ว (file - new)
สิ่งแรกที่จะเห็นก็คือกระดาษ 1แผ่น จะเป็น ขนาด letter
หมายความว่า ถ้าเราต้องการที่จะพิมพ์อะไร ไว้ตรงไหนของกระดาษ เราก็พิมพ์วางเข้าไปตรงนั้นเลย
หรือพิมพ์แล้วยกไปวางตรงตำแหน่งนั้น ของกระดาษ

ส่วนที่ล้นออกมาจากกระดาษ ก็จะไม่พิมพ์ แต่ว่าเราสามารถสร้างงานอยู่นอกกระดาษได้
พอเวลาจะพิมพ์ค่อยหยิบมันเลื่อนไปไว้ในหน้ากระดาษนั้น ก็ได้

ต่อมา ก็ทำความเข้าใจกับ สิ่งต่างๆที่เราจะวาดลงไป เรียกว่าเป็นพื้นฐานก็ได้

ไม่ว่าจะเป็น วงกลม สี่เหลี่ยม ตัวหนังสือ
ส่วนประกอบของมันจะมี Fill และline

fill ก็คือ เนื้อข้างใน เช่นเราวาดรูปสี่เหลี่ยมขึ้นมา1รูป
เริ่มแรกมันจะไม่มีfill มีแต่ line(ลายเส้นสีดำ) เหมือนกับมีสี่เหลี่ยมเป็นโครงเฉยๆ
ตรงกลางมองใสทะลุไป

เมือเราเติมสีแดงเข้าไปในสี่เหลี่ยม สี่เหลี่ยมก็จะมี fill สีแดง ทึบ มองไม่ทะลุแล้ว
แล้วก็ยัง คงมีโครง line สีดำ อยู่



lineนี้เราอาจจะเรียกว่า outline หรือเส้นขอบ(Path) นั้นเอง

เริ่มจากวาดรูปสี่เหลี่ยมน่ะครับ แล้วลงสี fill เป็นสีแดง

การลงสีคือ ให้ใช้เครื่องมือ pick tool กดจับที่ สิ่งที่ต้องการลงสีไว้ก่อน 
จากนั้นคลิ๊กเมาท์ซ้ายที่แถบสี ข้างขวามือ
คลิ๊กเมาท์ซ้ายที่ช่องสีที่ต้องการ เป็นการเติมสี fill (ถ้าต้องการไม่ให้โชว์ Fill คลิ๊กซ้ายที่ กากบาทในพาเลดสี)
คลิ๊กเมาท์ขวาที่ช่องสีที่ต้องการ เป็นการเติมสี เส้น (ถ้าต้องการไม่ให้โชว์ line เส้นขอบ คลิ๊กขวาที่ กากบาทในพาเลดสี)

จำไว้เลยน่ะครับ แตะที่วัตถุที่ต้องการเปลี่ยนสี ก่อน แล้วไป
คลิ๊กที่พาเลดสี "คลิ้กซ้าย จัดการสี fill " "คลิ๊กขวา จัดการสีเส้น"

แค่นี้เราก็ทำได้แล้วน่ะครับ
วาดรูป สี่เหลี่ยมมา1รูป กำหนดให้ มี fill สีแดง แล้วมีเส้นขอบสีเหลือง ลองดูทำตามไปน่ะครับ
------------------------------------------------------------------------------------------------------
ส่วนการพิมพ์ตัวหนังสือ ตอนแรก จะมีแต่fill ไม่มีlineน่ะครับ
แต่ถ้าเราอยากให้ตัวหนังสือนั้นมีเส้นขอบก็เติมได้
ด้วยการคลิ๊กขวา เติมสีเส้นขอบให้ตัวหนังสือ
เช่น เราจะพิมพ์ตัวหนังสือสีแดง มีเส้นขอบสีเหลืองก็ทำได้
--------------------------------------------------------------------------------------------------
แต่ถ้าวาดเส้น ขึ้นมา1เส้น จะมีแต่ line นะครับ เปลี่ยนสีเส้นได้
แต่เติมfillไม่ได้ เพราะว่าเส้นเดียวๆ ไม่มี fill

(มีข้อยกเว้นเราสามารถตั้งให้โปรแกรมCorelDRAW เติมfill ได้โดยไม่ต้องจบเส้น)
โดยเข้าไปที่
Tools -Options
Document-General
แล้วขีดถูกที่  Fill Open Curves  จากนี้ก็จะไม่ต้องจบเส้นก็เติม fill ได้(เป็นไปตลอด จนกว่าจะเอาขีดถูกออก)
----------------------------------------------------------------------------------------------------
เรื่องเส้น เกี่ยวข้องกับการสร้างงาน
ปรกติการที่เราวาด ชิ้นงานขึ้นมา    เรามักจะนิยมกำหนดให้ชิ้นงานนั้นไม่มีเส้น
เพราะว่าการประกอบชิ้นงานนั้นเราจะทำได้ง่ายกว่า ถ้ามันมี fill เพียงอย่างเดียว

เพราะฉะนั้น เมื่อเราวาดชิ้นงานขึ้นมาแล้ว หลังจบเส้นเรียบร้อยแล้ว
แนะนำให้เอาเส้นออกครับ  ให้มีแต่ fill ล้วนๆอย่างเดียว

เพราะเราจะคุมระดับชั้นของชิ้นงานได้ดีกว่า คุมระดับสีได้ง่ายกว่า
ยกเว้นต้องการใช้เส้นของวัตถุ ในการโชว์จริง ๆ หรือไม่ก็เป็นงาน ที่ใช้ขนาดของเส้นในการโชว์

สาเหตุที่ไม่กำหนดให้มี out-line เวลาวาดรูป (คลิ๊กขวากากบาทที่พาเลคสี)
- เส้นจะล๊อคขนาดไว้ ไม่ว่าเราจะขยายหรือย่อ ทำให้ต้องมาตั้งใหม่ (แต่ก็มีการล๊อคให้เส้นขยายขนาดตามการขยายได้แต่ก็ต้องมากำหนดที่ล่ะเส้นไม่สะดวก)
- การคุม เรื่องมุมตัด ของวัตถุจะทำได้ยาก เพราะว่าต้องมากำหนด ว่าให้มุมตัด เป็นแบบไหน (มุมเฉียง มุมเอียง มุมมน)
- เส้นที่ใช้ตัดสติกเกอร์ จะไม่อ่านถ้าเส้นใหญ่ (หมายถึง มันจะไม่ตัดพิมพ์เส้นที่ใหญ่ มันจะตัดเฉพาะเส้นบางเท่านั้น)
- แก้ไขงาน ได้ง่าย มองออกเร็ว ว่าเส้นวิ่งไปอย่างไร
- เอาเส้นโครง ของงาน ไปใช้ได้เลย
- คุม การไล่โทนสีได้ดี

ยกตัวอย่าง รูปสี่เหลี่ยม สีแดงที่มีเส้นขอบสีเหลือง
เราจะใช้วิธีวาด สี่เหลี่ยมสองอันซ้อนกันแทน    แล้วให้สีfill สี่เหลี่ยมอันหลังสีเหลือง แล้วอันหน้าสีแดง โดยไม่มี line ทั้งสองชิ้น
แล้วก็จะคุมขนาดของสีเหลี่ยม โดยวิธีย่อสี่เหลี่ยมให้เล็กลงหรือใหญ่ขึ้น

อันนี้ไม่ตายตัวน่ะครับ ขึ้นอยู่กับงานเป็นหลัก บางที่การใช้ ทั้งfill และ line ก็ทำให้เราสร้างภาพได้รวดเร็ว

การจบเส้น
ปรกติการวาดภาพ เราจะไล่จุดไปตาม ภาพ เรียกว่าการดร๊าฟรูป
แต่เส้นที่เราวิ่งไล่ไปตามขอบ ถ้าไม่วิ่งมาบรรจบกับจุดเริ่มต้น เราก็จะเติม fill ไม่ได้
เพราะฉะนั้น การไล่เส้นพาทไปนั้น อย่าลืมว่า ต้องวิ่งไปบรรจบที่จุดเริ่มต้นเสมอ (เหมือนเล่นงูกินหาง)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 07, 2014, 08:18:15 AM โดย rong »

*

ออฟไลน์ rong

  • Level 2
  • *
  • 187
  • 15
  • เพศ: ชาย
  • สาวกเวกเตอร์ สาขา CorelDRAW
    • ดูรายละเอียด
Re: รวมบทความติวเตอร์ CorelDARW (เริ่มหัด CorelDRAW ได้จากที่นี่)
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: พฤษภาคม 05, 2014, 10:28:32 AM »
บทที่สาม การติดต่อกับโปรแกรม
จากคนที่เคยเล่นเกมส์คอมพิวเตอร์จะเข้าใจว่า สิ่งแรกที่เราต้องทำความรู้จักคือ วิธีบังคับ ตัวละครในเกมส์ เช่น เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา กระโดดยังไง ซึ่งอุปกรณ์ที่ใช้ ก็แตกต่างกันไปเช่นจอยสติก หรือใหม่ๆคือระบบหน้าจอสัมผัส การหัดใช้งานโปรแกรมต่างๆก็เหมือนกัน สิ่งแรกที่เราต้องเรียนรู้คือ วิธีกระโดด
สำหรับการติดต่อสั่งงานใน CorelDRAW เราจะใช้ เครื่องมือควบคุมสองอย่างคือ
เมาท์กับคียบอร์ด
มีวิธีใช้เมาท์ คือ
1.คลิก (click) คือการกดเมาท์ซ้ายแล้วปล่อย
ใช้ในการเลือกวัตถุที่จะทำงาน
2.คลิกและลาก (click for Drag) คือการกดเมาท์ซ้ายค้างไว้แล้วลาก หรือเรียกว่า Drag อย่างเดียวก็ได้
ใช้ในการลากคลุมวัตถุที่ต้องการเลือกหรือ กดลากเพื่อขยาย-ย่อขนาดหรือกดเลือกตัวอักษร บางตัว หรือคลุมเลือกโหนดเป็นชุด
3.ดับเบิ้ลคลิก (Dbl-click) คือการกดเมาท์ซ้าย ติดกันสองครั้งโดยเร็ว
ใช้ในการ กดเพิ่มโหนด หรือ ลบโหนด
หรือ กดดับเบิ้ลคลิกที่เครื่องมือ เพื่อเปิดกรอบคำสั่งพิเศษ
หรือ กดดับเบิ้ลคลิกที่เครื่องมือ เพื่อใช้คำสั่งเครื่องมือนั้น
4.คลิกครั้งที่สอง (twice click) (Second click) คือการกดเมาท์ซ้าย สองครั้ง โดยทิ้งระยะห่างกัน
โดยกดครั้งแรกเพื่อเลือก กดซ้ำไปที่เดิมอีกครั้ง
ใช้ในการ เปิดปุ่มคำสั่งชุดต่อไปในการทำงาน เช่นกดครั้งที่1เพื่อเลือกหรือเพื่อปรับ กดครั้งที่สองเพื่อหมุน
5.คลิกขวา (Right click) คือการกดเมาท์ขวา เพื่อเรียก คำสั่ง ต่อเนื่องออกมา
ใช้ในการเปิด properties ของเครื่องมือ หรือเมนูบาร์ต่างๆ
6.คลิกซ้ายลากแล้วคลิกขวา คือ การกดเมาท์ซ้ายจับวัตถุแล้วลาก โดยยังไม่ปล่อย แล้วกดคลิกขวาตามเลย
ใช้ในการcopy วัตถุขึ้นมาอีก1ชิ้น โดยวัตถุเก่ายังคงอยู่ที่เดิม
7.คลิก+ key อื่นๆบน คีย์บอร์ด เพื่อ เพิ่มคุณสมบัติ พิเศษเพิ่มเติมจากการเลือกจับแบบธรรมดา
เช่น ลาก+Ctrl ลาก+Shift ลาก+Alt ก็จะให้ผลต่างๆกันในแต่ล่ะเครื่องมือ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 07, 2014, 08:20:15 AM โดย rong »

*

ออฟไลน์ rong

  • Level 2
  • *
  • 187
  • 15
  • เพศ: ชาย
  • สาวกเวกเตอร์ สาขา CorelDRAW
    • ดูรายละเอียด
Re: รวมบทความติวเตอร์ CorelDARW (เริ่มหัด CorelDRAW ได้จากที่นี่)
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: พฤษภาคม 09, 2014, 05:35:16 PM »
บทที่ 4 อะไรคือ bitmap อะไรคือ vector
เรื่องนี้เหมือนกับว่า ไม่ว่าคุณจะเรียนรู้เรื่องโปรแกรมกราฟพิคใดๆ คุณก็ต้องทำความเข้าใจกับเรื่องนี้ให้ได้ จะมาท่องเป็นนกแก้วนกขุนทองไม่ได้ว่า   file นามสกุลนี้เป็น bitmap หรือ เป็น Vector  และก็ไม่ได้เกี่ยวกับชนิดของรูปวาดด้วยครับ ว่ามองเห็นเป็นลายเส้นจะเป็น vector เสมอไป หรือ เห็นไล่โทนฟุ้งๆ แล้วจะต้องเป็น bitmap อย่างเดียว file vector ก็ไล่สีโทนได้เหมือนกัน

มีก็แต่ นามสกุลบางนามสกุล เป็น bitmap แน่นอน อย่างเช่น BMP JPG PNG 
ส่วนกำกวมไม่แน่ใจว่าตัวเองเป็น bitmapหรือ vector ก็เช่น EPS หรือ PSD(มีเซฟเส้นpath มาด้วย)
ส่วนนามสกุล CDR  หรือ AI ซึ่งเป็น Vector ก็ไม่แน่เสมอไปว่ารูปข้างในจะเป็น Vector
เพราะเนื้อไฟล์ข้างในอาจเป็น Bitmap แล้วเซฟ เป็น CDR หรือ Ai ก็เป็นได้
เพราะฉะนั้นเราถึงต้องเข้าใจให้เด่นชัดไปเลยว่า อันไหนเป็น bitmap อันไหนเป็นVector

ิคุณสมบัติของ Bitmap คือ
มันจะเป็นการเรียงตัวของสี   จัดเป็นตารางต่อๆกันไปเหมือนตารางกราฟ
1จุดมี1สี  ถ้าเราต้องการให้ภาพ bitmap มีความละเอียดสูง เราก็เพิ่มช่องตารางกราฟให้ถี่มากๆ
คือช่องสี่เหลี่ยมเล็กมากๆนั้นเอง  เป็นที่มาของ DPI ซึ่งย่อมาจาก Dots per inch หรือ จุดต่อนิ้ว
หรือ ช่องสี่เหลี่ยมต่อนิ้วนั้นเอง  เช่นภาพ 72dpi  ภาพในขนาด1ตารางนิ้ว มีจุดอยู่72จุด หรือ72ช่องทั้งแนวตั้งและแนวนอน  ส่วนภาพละเอียด 300dpi ใน1นิ้วก็มี 300ช่อง มันเลยดูคมชัดกว่า เพราะว่าเก็บสีได้เยอะกว่า  แต่เราอย่าไปนึกเอาว่า ภาพ 300dpi เป็นภาพที่ละเอียดน่ะครับ เพราะบางคนเล่นเอาภาพ 72dpi ไปขยายเป็น 300dpi ก็มี ไม่ได้เกิดจากต้นกำเนิดที่เป็น 300dpi
วิธีตรวจสอบว่า ภาพไหนเป็น Bitmap ใน CorelDRAWคือ
1. ซูมเข้าไปใกล้ๆ แบบเผาขนเลย จะเห็นว่ามันเป็นตาราง เหมือนตารางกราฟ แบบนี้ bitmapชัวร์
2.แตะดู เมื่อเราใช้ pick toolแตะดู มันจะขึ้นคำว่า edit bitmap ฟังธงเลย bitmapชัวร์
ข้อ2นี้มีข้อยกเว้นสำหรับการ กรุ๊ฟน่ะครับ ถ้า bitmap ถูกgroupอยู่คำว่า Edit bitmapจะไม่ขึ้นครับ
เราต้อง ungroup ออกให้หมดก่อน แล้วแตะรูปชิ้นนั้นๆ คำสั่ง Edit bitmapถึงจะขึ้นมาที่ properties  bar

คุณสมบัติของ Vector
vectorเป็นภาพที่เกิดจาก เส้นที่ลากจากจุดหนึ่งไปจุดหนึ่ง
เมือเราเปลี่ยนตำแหน่งจุด เส้นนั้นจะวิ่งไปตามตำแหน่งใหม่ของจุด นั้นด้วย
วิธีสังเกตุคือ
1.ซูมเข้าไปใกล้ๆ คุณจะเห็น  เส้นตัดซึ่งคมชัด  ไม่เห็นเป็นตารางๆแบบ Bitmap
2.ย่อขยายไม่แตก (ไม่เบลอมัว)  ภาพยังคมชัดตลอด
3.มีโหนด และเส้นpath ย้อนไปดู บทที่1เรื่อง เส้น

ถ้าอ่านแล้ว OK เข้าใจดี ต่อนี้ต่อไปคุณก็สามารถแยกได้แล้วระหว่าง bitmap และ Vector
แต่ก็ต้องระวัง พวก กำกวม ลูกผสม (จริงๆมันไม่ผสม)   มันปลอมตัวมา

ตัวเป็น Bitmap แต่ว่าลงสีเดียว ทำให้เวลาซูมเข้าไปใกล้ๆจะ ไม่เห็น ตาราง
และยังบิดโหนดขอบของ ภาพ Bitmap ให้เป็นรูปทรงอีกด้วย
ทำให้เรา มองเห็นขอบคมชัด(ซึ่งจริงๆเป็นขอบของภาพ bitmap ที่ถูกแต่งขอบเข้ามา
เมื่อซูมเข้าไปเห็นขอบ ขอบก็จะไม่แตก    เราจะรู้ได้ต่อเมือ เราแตะดูด้วย pick took
มันจะโชว์ ปุ่ม Edit  Bitmap ขึ้นมาทันที   เมือเราดึงโหนดขอบภาพยึดออกไปเรื่อยๆ
เราก็จะเห็นขอบของสีนั้นเป็นตารางกราฟ   file พวกนี้ จะเจอบ่อยใน ภาพ .EPS

ทำไมต้องเป็น Vector
สาเหตุคือ คุณสมบัติของมัน ย่อ-ขยาย ไม่แตก
และมัน    สามารถสือสารกับเครื่องตัดสติกเกอร์ได้   
เครื่องตัดจะอ่านจากโหนด และวิ่งใบมีดไปตามเส้นเชื่อมระหว่างโหนด
ทำให้ตัดออกมาเป็นรูปทรงได้   
ส่วนถ้าเป็นภาพ bitmap ใบมีดไม่รู้จะเริ่มวิ่งตัดที่ตรงไหน
บางคนอ่านถึงตรงนี้อาจเถียงว่าไม่จริงเลย เอาภาพbitmap ก็ตัดสติกเกอร์ได้
แต่ให้คุณสังเกตุดีๆว่า จะมีการ Trace ด้วย โปรแกรมช่วยตัดอีกที่หนึ่ง
ก็คือ โปรแกรมช่วยตัดจะแปลง ภาพจาก Bitmap เป็น Vector ให้อีกที่ด้วยการ Traceนั้นเอง
เครื่องจึงตัดได้    เส้นที่ได้จากการ Trace จะไม่ค่อยสวย และเกิดปัญหาเส้นตัดหงิกงอ ตัดไม่ขาด
เครื่องตัดเอ่อเร่อบางครั้ง  เพราะสาเหตุมาจากรูป bitmap ต้นฉบับไม่คมชัดนั้นเอง

ทำไมต้องเป็น bitmap
เพราะภาพbitmap สามารถเข้าได้กับทุกโปรแกรม  ทำให้โชว์ได้ทุกที่ หน้าจอ
มือถือ  เรียกว่าโปรแกรมอะไรๆเกี่ยวกับภาพ มันก็รับภาพ Bitmapได้
ถ้าภาพvector จะโชว์หน้าจอคอมทางเนต  ก็ต้องแปลงเป็น bitmapก่อน

ซึ่ง CorelDRAW เป็นโปรแกรมตระกูล Vector ก็จะมีคำสั่ง แปลงเส้นให้กลายเป็น ภาพ bitmapได้
ซ้ำยังกำหนด dpi ได้ตามใจชอบอีก ทำให้ทำภาพ bitmapความละเอียดสูงได้ เท่าที่เครื่องคุณจะทำไหว

ส่วนการแปลงจาก ภาพ Bitmap ให้เป็น vector
มีสองวิธีคือ
1. ใช้ Corel Trace (แถมมาใน โปรแกรม) คือให้โปรแกรมคำนวนวางเส้น vector ให้ ซึ่งจะหวังอะไรมากไม่ได้
   เพราะโปรแกรม Trace ทั่วโลกเป็นเหมือนกันคือ  ภาพ bitmapต้องมีขนานใหญ่ และความตัดกันของสีคมชัด ไม่เบลอ
   จึงจะตัดเส้นได้สวย  แต่สวยยังไง ก็ยังสวยไม่เท่าวิธีที่สอง    (ภาพเบลอ-มัว-เล็ก หมดสิทธิ์Trace ต้องใช้วิธีที่สองเท่านั้น)
2.  ใช้วิธีเดินเส้นตามภาพ Bitmap คือวาดขึ้นมาใหม่นั้นเอง  หลายคนเรียกว่าดร๊าฟรูป ดร๊าฟโลโก้  ดร๊าฟเส้น
    ซึ่งช่างตัดสติกเกอร์ต้องหัด มันจำเป็นมาก  ที่จะทำให้เราได้งานตัดที่ สวยงาม เป็นที่มาหลักๆของการหัด CorelDRAW
    ก็ว่าได้ เพราะว่าถ้าคุณวาดเส้นเองได้ ก็ไม่จำเป็นต้องมีต้นฉบับมาเดินเส้นตามเขาอีกต่อไป   วาดเองก็ได้นี่ จริงม่ะ
    ออกแบบเองวาดเอง สร้างสรรค์งานได้สารพัด   
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 16, 2014, 06:01:20 PM โดย rong »

*

ออฟไลน์ rong

  • Level 2
  • *
  • 187
  • 15
  • เพศ: ชาย
  • สาวกเวกเตอร์ สาขา CorelDRAW
    • ดูรายละเอียด
Re: รวมบทความติวเตอร์ CorelDARW (เริ่มหัด CorelDRAW ได้จากที่นี่)
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: สิงหาคม 24, 2014, 07:59:30 AM »
บทที่ 5 Profile สี
เรื่องนี้สำคัญมากแต่คนให้ความสนใจน้อยมาก   แต่พอเริ่มใช้ CorelDARW ปัญหาถามบ่อย ข้อแรกที่ผมมักเจอคือ
-ทำไมCorelDRAWสีซีด
-ทำไมพิมพ์สีดำ แล้วออกมาไม่ดำสนิท
-ทำไมสีที่พิมพ์ไม่เหมือนกับหน้าจอ
-ทำไมเปิดจอคนอื่นสีไม่เหมือนที่บ้าน
-ทำไมเปลี่ยนCorelDRAW เวอร์ชั่นใหม่แล้วสีไม่เหมือนเดิม
-ทำไมพาเลดสีตุนๆ
-ทำไมใส่ค่า c0m0y0k0 พิมพ์ออกมาเป็นสีเทาๆ ทั้งที่ควรจะเป็นขาว
-ทำไมดูที่หน้าจอสวยพอ Export ไปสีเปลี่ยนหมด

มีเรื่องเกี่ยวกับสีที่หลายคนยังไม่รู้ว่า อุปกรณ์ เครื่องมือเทคโนยีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกล้อง เครื่องสแกน จอภาพ เครื่องพิมพ์ ล้วนมีความเพี้ยนของสีในตัวเอง ค่าสีแดง R 255 G 0 B 0  หรือ C 0 M100 Y100 K0 ควรจะ ถ่ายภาพ สแกน พิมพ์ โชว์ออกหน้าจอ ควรจะเป็นสีแดงเหมือนกันใช่ไหมครับ แต่ความจริงแล้วไม่เป็นอย่างนั้น สีแดงที่เราเห็นจากอุปกรณ์เหล่านั้นอาจเป็นแดงเฉดอื่น ไม่ใช่แดงเหมือนกัน ทำให้ต้องมีระบบจัดการเกี่ยวกับสีขึ้นมา เรียกว่า "Color Management System" เพื่อปรับจูน ให้อุปกรณ์ทุกชิ้น กลับสู่มาตราฐานเดียวกัน ( จริงๆแล้วยังมีหลายมาตราฐานอีก ขึ้นอยู่ว่าจะกลับสู่มาตราฐานไหน) ก็จะทำเป็น โปรแกรม โดยโปรแกรมที่ว่าจะผลิต สิ่งเล็กๆที่เรียกว่ารัก เฮ้ยไม่ใช่ เรียกว่า Profile สี ไอ้ตัวนี้แหละคือตัวปัญหาที่ทำให้สีCorelDRAW ไม่เหมือนชาวบ้าน (แต่ก็มีวิธีจัดการกับมันได้ครับ อ่านต่อไป)
****************************
เนื่องจากตั้ง Profile สีคนล่ะตัว เลยสีออกมาไม่เหมือนกัน ยกตัวอย่างเทียบเคียงให้ฟังว่า เช่นคนตัวเล็กใส่เสื้อเบอร์ S ถอดเสื้อไปให้คนตัวใหญ่ มันจะใส่ได้ไหมล่ะครับ Profile สีก็เหมือนกัน มันถูกออกมาให้ใช้เฉพาะตัว ถ้าเราศึกษาเรื่อง "Color Management System" เราจะเข้าใจ

พอลงโปรแกรมCorelDRAW เสร็จแล้วใช้งานเลย
CorelDRAWเอง จะตั้ง เป็น "Generic RGB Profile" (นี่แหละตัวปัญหา)ทำให้ export มาแล้วไปเปิดด้วยโปรแกรมอื่น ซึ่งใช้ Profileอื่น สีจึงดูซีดๆ
ให้เราตั้งค่าใหม่ เป็น S RGB หรือ Adobe RGB ก็ได้ครับ จะได้เป็นสีที่เราคุ้นเคย(ที่เรียกว่าสดใส)

// ไม่ว่าโปรแกรมอะไรเขา ก็มี Profile ประจำตัวมันครับ ไม่ว่าคุณทำด้วยโปรแกรมอะไรเวลามาเปิดที่โปรแกรมเค้า เขาก็จะเปิดด้วย Profile ที่โปรแกรมนั้นใช้อยู่ ทำให้เพี้ยนไปจาก โปรแกรมที่ในในการสร้างfileนั้นขึ้นมา แต่ก็มีระบบ ฝัง Profileสี ลงบนfile ด้วย โปรแกรมที่สนับสนุนการฝังProfileสี ก็จะขึ้นกรอบมาถามว่า คุณต้องการจะใช้Profile ที่ฝังมาด้วยไหม แต่ก็อีกนั้นแหละ มันมีปัจจัยเกี่ยวข้องอย่างอื่นอื่น เช่นจอไม่ได้คาริเบท ทำให้โชว์สีไม่เหมือนต้นฉบับอยู่ดี เลยไม่ได้รับความนิยมกัน(ที่จริงไม่รู้จัก) //// สีแค่ใกล้เคียงกันครับ แต่ก็ไม่เหมือนกันครับ เพราะมันปัจจัยเกี่ยวข้องหลายอย่าง จึงต้องอ่านและศึกษาเรื่อง Color Management Systemจะทำให้คุณเข้าใจมากขึ้น ย้ำอีกแหละ (ยอมรับในชะตากรรม) ///

ส่วนการพิมพ์ ก็ต้องคาริเบตเครื่องพิมพ์ ครับจึงได้สีที่ตรงมาตราฐาน ซึ่งมาตราฐานที่ว่า ก็ยังมีหลายมาตราฐานอีกอย่างที่บอก สำหรับคนที่ซีเรียดเรื่องสี จริงๆ จึงทำให้ต้องมี "pantone แพนโทน" คือแผ่นตารางสี ที่เค้าขายกันเป็นเล่มๆ ที่ให้คนสามารถคุย กันได้ว่า พิมพ์สีเบอร์นี้ เบอร์นั้นน่ะ (pantoneจากบริษัทเดียวกัน)ก็จะได้ค่าสีที่ตรงตามต้องการจริงๆ (เพี้ยนน้อย) สีPantone ในจอคอมเชื่อถือไม่ได้น่ะครับ เพราะว่าสีจะเปลี่ยนไปตามสภาพจอ ของแต่ล่ะคน ในCorelDRAW ก็มี พาเลดสี Pantoneให้เลือกใช้ครับ แต่ว่าใช้ได้แค่ระบุเบอร์สีเท่านั้น เอามาเทียบสีจริงไม่ได้ครับ 1.ดูก็เพี้ยนเพราะจอ และ2.พิมพ์ก็เพื้ยนเพราะเครื่องพิมพ์และหมึก

ตัวบริษัทที่ผลิตเครื่องพิมพ์ ขึ้นมาเค้าก็พยายาม คาริเบทสีเครื่องพิมพ์ ก่อนออกจากโรงงาน
ทำให้มี Profile ประจำเครื่องพิมพ์ที่ติดตั้ง ตอนเราลง Driver เครื่องพิมพ์ ด้วย
แต่CorelDRAW ก็ไม่ได้เลือกใช้มัน เพราะว่าตอนติดตั้ง CorelDRAW ใช้ Printer Profile ชื่อ "Generic CMYK printer Profile" เราต้องแก้ไขโดย เปลี่ยน Profile printer เป็นProfileชื่อเครื่องพิมพ์นั้นๆ เช่นผมใช้ Epson R230 ในดร๊อบดาวน์ริสก็จะมี ชื่อ Epson-StylusPhotoR220 R230 series ให้เลือกในโปรแกรม CorelDRAW ด้วย
เมื่อใช้ profile นี้พิมพ์สีก็จะตรงมากขึ้น (แต่สู้การคาลิเบทเครื่องพิมพ์ไม่ได้เพราะจะให้สีตรงกว่า แต่ใครแคร์ล่ะ อิอิ ก็เครื่องคาลิเบทเครื่องพิมพ์ ราคาหลายตังเหมือนกัน ใช้ตัวที่มีอยู่ดีกว่า)
***********************************************************
คราวนี้มาถึงกระบวนการแก้ไขProfileสี แบ่งผู้คนเป็นสามแบบน่ะครับ ลองดูว่าเราตรงกับแบบไหน

1.ถ้าคุณไม่มีปัญหาเกี่ยวกับสีเลย แล้วก็ใช้ชีวิตปรกติ ร่วมกับ CorelDRAW มาตลอด ปรกติดี
โดยไม่รู้จักคำว่า Profile เลย ขออย่าไปยุ่งกับมัน อย่าไปเปลี่ยนค่าใดๆ
เพราะไม่เช่นนั้น งานเก่าๆของคุณ สีจะเปลี่ยนไปจากเดิมหมด ชีวิตคุณจะยุ่งยากขึ้น จงลืมมันซะ

2.คุณเพิ่งเริ่มหัด แล้วก็มีปัญหา CorelDRAWสีซีด export แล้วเพี้ยน
หรือว่าทำมาแล้วมีปัญหาเรื่องสีตลอด และไม่มีตังจะซื้อเครื่องคาลิเบทหน้าจอ+เครื่องคาลิเบทเครื่องพิมพ์

ให้ตั้งค่า Profile สีในโปรแกรม CorelDRAWใหม่โดย

หากใช้ตั้งแต่ เวอร์ชั่น X4 ลงไป
ดูที่เมนูบาร์กด Tool-Color Management
ตรงกลางตั้ง : Adobe-RGB (1998)
เครื่องพิมพ์ตั้ง : ชื่อเครื่องพิมพ์ที่เราใช้
จอภาพตั้ง : Adobe-RGB (1998)
ลบเส้นเชื่อมโยงออกให้หมด (คลิ๊กที่เส้นสีส้มมันจะดับไป)

หากใช้ เวอร์ชั่น X5 X6 X7
กดเลือกตอนเข้าหน้าโปรแกรม
กด new แล้วมันจะมีกรอบขึ้นมา ในส่วนของ Color Settings
Rgb Profile ตั้ง Adobe RGB(1998) หรือ profile ชื่อ Printer ที่คุณใช้
Cmyk Profile ตั้ง Photoshop 5 CMYK
หากเป็น file เก่าๆ เปิดมาแล้วอยากแก้ไขสี
ดูที่เมนูบาร์กด Tool-Color Management
เลือก Ducument Settings แล้วตั้ง
Rgb Profile ตั้ง Adobe RGB(1998) หรือ profile ชื่อ Printer ที่คุณใช้
Cmyk Profile ตั้ง Photoshop 5 CMYK

อย่าถามว่าทำไมผมให้ตั้งแบบนี้ คือเรื่องนี้ไม่ได้อยากเย็นแสนเข็นอะไรน่ะครับ
เราแค่เลือกแล้ว พิมพ์ดู Exportไฟล์ดู เปรียบเทียบเองระหว่างแบบที่เราเลือกใช้
แล้วก็ดูผลของมัน ว่าเราพอใจมั้ย
ไม่พอใจก็เลือกProfileตัวอื่นดู
จนเจอprofileที่ถูกใจคุณ คือใช้เท่าที่มี มีเท่าที่ใช้

สาเหตุที่บอกใช้ Adobe RGB ก็เพราะว่าคนส่วนใหญ่ใช้แบบนั้นไงครับ เป็นช่วงสีที่เราคุ้นเคย

3.แบบคนมีกะตัง แหมสำหรับคนมีตังทำอะไรก็ไม่น่าเกลียดครับ
แต่ว่าก็อยากให้ศึกษาให้เข้าใจเรื่อง "Color Management System"
ก่อนที่จะซื้อ เครื่องคาลิเบทหน้าจอ+เครื่องคาลิเบทเครื่องพิมพ์
สองอย่างนี้ราคาหลายหมื่นอยู่ รวมถึงจอภาพอย่างดี ที่มีราคาแพงด้วยแล้ว คุณ....อาจเสียเป็นแสน
เพียงเพราะอยากให้สีมาตราฐาน มาตราฐานใครก็ไม่รู้
แต่ถ้ามีตังเหลือใช้ ก็ซื้อครับ

สุดท้ายนี้ยังไงก็ยังอยากให้คุณศึกษาเรื่อง  "Color Management System"
โดยใช้คำนี้ ค้นหาใน กูเกิ้ล อ่านๆหลายๆที่ แล้วสร้างการทดลองด้วยตัวเอง
เมื่อเข้าใจ เรื่องสี ก็จะไม่เป็นปัญหาสำหรับคุณ
คุยกับใครแค่สองสามประโยค ก็จะรู้เลยว่า คนที่คุยด้วยรู้เรื่องสี หรือ มโนเอาเองว่ารู้ ความเป็นจริงมันจะแย้งกันเอง
ฟังคำถามจากผู้คน ก็รู้เลยว่าเค้าไม่รู้เรื่อง Profileสี (มันจะมีคำถามแบบข้างบน  )
คุณจะหยิบ ฝากระติกน้ำขึ้นมา แล้วพิมพ์สีลงบนกระดาษ สีเดียวกับ ฝากระติดน้ำได้เลย จากเครื่องพิมพ์ที่บ้านคุณเอง
เฮ้ยจริงเหรอ 
จริงดิ้
55555555

*

ออฟไลน์ kavin

  • Level 2
  • *
  • 155
  • 1
    • ดูรายละเอียด
Re: รวมบทความติวเตอร์ CorelDARW (เริ่มหัด CorelDRAW ได้จากที่นี่)
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: พฤษภาคม 23, 2017, 07:54:47 AM »
ขอบคุณคร้าบ จารรงค์ แวะเข้ามาดุงาน บางอย่างไม่ได้ทำงานจัดมักลืม คิดถึง เวฟนี้ทันทีได้ดังใจไม่ผิดหวังเลยครับ

 

©HardcoreGraphic.com All rights reserved