HardcoreGraphic

ผู้เขียน หัวข้อ: คู่มือ การทำ SEO On Page Promote Web สนับสนุน Google Search แบบเซียน  (อ่าน 312 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ panda42

  • เด็กใหม่
  • *
  • กระทู้: 1
  • Like 0
    • ดูรายละเอียด
คำตอบเกี่ยวกับอยากเก่งต้องอ่าน การทำ SEO On Page ทำการตลาดออนไลน์ สนับสนุน Search Engine แบบมืออาชีพ น่าสนใจมากครับ

แนะนำแนวทาง การทำ SEO On Page Promote Website รองรับ Google Search แบบเซียน ผมมีเรื่องที่น่าสนใจที่จะมานำเสนอให้กับทุกท่านเป็นเรื่องของทำ SEOศึกษาเรียนรู้ได้จากเนื้อหานี้ครับ การปรับ SEO ด้วยปัจจัย On Page

  ยุคนี้การทำ SEO ให้ติดหน้าแรกกูเกิล จะต้องมุ่งเน้นคุณภาพมากยิ่งขึ้น การปรับเว็บด้วยปัจจัย On Page จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการโปรโมทให้เว็บติดอันดับต้นๆ ของ Search Result เพราะกูเกิลต้องการเว็บที่มีบทความคุณภาพที่มีประโยชน์ต่อผู้ติดตามมากที่สุด การปรับเอสอีโอเอนเพจจึงมีความสำคัญอย่างมากต่อการดันให้เว็บติดอันดับกูเกิล เพราะหากสร้าง Qaulity Content ที่มีประโยชน์ต่อผู้อ่าน Google ก็จะนำเว็บของเราไปแสดงอยู่อันดับต้นๆ ยุคนี้กูเกิลได้พัฒนาอัลกอริทึมตัวใหม่ที่ชื่อว่า RankBrain ซึ่งเป็นระบบ AI (Artificial Intelligence) ในการจัดอันดับด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ และด้วยระบบการจัดอันดับโดยใช้ RankBrain มุ่งเน้นการให้ความสำคัญกับเนื้อหาคุณภาพมากยิ่งขึ้น เว็บที่มีบทความน้อยๆ หรือมีจำนวนหน้าที่  Index  ไม่มาก แต่เน้นการเพิ่มแบ็คลิงค์มากๆ จะดันอันดับได้ยากขึ้น กลับกันกับเว็บที่มีเนื้อหาคุณภาพ และมีปริมาณหน้าเว็บไซต์ที่ อินเด็กซ์ มากๆ สามารถทำอันดับได้ง่ายขึ้น การปรับให้เว็บมีบทความคุณภาพตามเกณฑ์ Quality Rater Guideline จึงมีความสำคัญอย่างมาก ซึ่งทางกูเกิลก็ได้ออกเอกสารสำหรับตรวจเช็คคุณภาพของเว็บไซต์ โดยแบ่งความสำคัญของบทความด้วยเกณฑ์ที่ Google กำหนดขึ้น หลายๆ คนพอจะเริ่มเข้าใจกันแล้วใช่หรือไม่ครับ ว่าการปรับ On Page คือ การปรับให้เว็บสนับสนุนการทำ SEO โดยมุ่งเน้นที่การปรับทางด้านปัจจัยภายในเว็บเป็นหลักนั่นเองครับ และการปรับออนเพจเอสอีโอก็มีหลายอย่าง เพื่อปรับให้เว็บรองรับ Keywords ที่อยากได้ทำอันดับบน SERPs (Search Engine Result Pages) ว่ากันว่าการปรับออนเพจที่มีประสิทธิภาพ จะช่วยสนับสนุนให้เว็บติดอันดับเร็ว บางคนอาจยังงงๆ ว่าแค่การปรับหน้าเว็บไซต์ก็สามารถดันอันดับได้แล้วหรือ ผมขอชี้แจงดังนี้ ว่า การปรับให้เว็บมีเนื้อหาคุณภาพ อย่างแรกเลย ระบบอัลกอริทึมจะรู้ได้ทันทีว่าเว็บที่เราสร้างขึ้นนั้น มีบทความคุณภาพ เพราะว่ากูเกิลมีข้อมูลเยอะแยะอยู่ในมือ โดยเก็บรวมข้อมูลต่างๆ จากเว็บทั่วโลก มาไว้บน Server ของ Google และเมื่อเราสร้างเว็บไซต์ใหม่ๆ และได้ทำการอิมพอร์ตเข้า Google Search Console เว็บของเราก็จะถูกกูเกิลนำไปจัดทำดัชนีบนผลการค้นหา หรือที่เรียกว่า Google อินเด็กซ์ ซึ่งการที่เราเพิ่มเว็บเข้าไปในเครื่องมือ Search Console ของกูเกิลนั้น จะส่งเสริมให้กูเกิลนำเว็บของเราไปจัดทำดัชนีได้เร็วยิ่งขึ้น แน่นำว่าเว็บใหม่ควรใช้เครื่องมือตัวนี้ หรือบางทีหากไม่นำเข้าไปในเสิร์ทคอนโซลก็อาจสร้าง Links กลับมาหาเว็บ เพื่อให้ Google Bots ทำการ Crawled มาเก็บข้อมูลหน้าเว็บของเราไป Index ก็ได้เช่นกันครับ การปรับหน้าเว็บที่มีคุณภาพ จะช่วยส่งเสริมให้เว็บของเราถูกหลักของ RankBrain อีกด้วย เพราะอัลกอริทึมตัวนี้มีความสามารถในการคัดเลือกเว็บคุณภาพเพื่อนำไปจัด อันดับบน Search Result ได้เป็นอย่างดีครับ ซึ่งทันสมัยที่สุดหัวหน้าปรับปรุงด้าน Search Quality ของกูเกิล ได้ออกมาบรรยายว่าการจัดอันดับ Google ยังคงใช้ Content + Links เป็นตัวแปรหลัก และสำหรับ Top 3 กูเกิลจะใช้ Content + Linsk + RankBrain ในการจัดอันดับ ซึ่ง แสดงให้เห็นชัดว่า Content มีความสำคัญต่อการทำอันดับเอสอีโอมากๆ รองลงมาก็จะเป็นเรื่องของ Links ส่วนเว็บที่อยากได้ทำให้ติดอันดับ Top 3 ก็ต้องปรับให้เว็บมีคุณภาพไปอีกขั้น คือ มีเนื้อหาคุณภาพ มีลิงค์คุณภาพ แล้วต้องรองรับการจัดอันดับด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์อีกด้วย จึงไม่ต้องแปลกใจว่าเว็บที่อยู่หน้าแรก จะขยับขึ้น ลงช้า เพราะมีการคัดเลือกคุณภาพของเว็บหลายแนวทาง เพื่อจัดอันดับเว็บที่มีคุณภาพมากที่สุดอยู่อันดับบนสุด การปรับเอสอีโอออนเพจในยุคนี้ ยังต้องทำให้เว็บรองรับ User ทุกด้าน เพราะกูเกิลออกมากล่าวอยู่บ่อยๆ ว่าต้องทำเว็บให้พอใจยูสเซอร์ และสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ใช้งาน หรือที่เรียกว่า UX (User Experience) ซึ่งเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมากๆ และมันสัมพันธ์กับอันดับ Google มากๆ เพราะผู้ใช้งาน ทำให้เว็บไซต์มีค่าตัวเลขต่างๆ ที่กูเกิลนำมาใช้วัดคุณภาพของเว็บดีขึ้นนั่นเองครับ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลในส่วนของ Search Console หรือ Analytics ล้วนแต่เป็นปัจจัยหลักที่กูเกิลนำมาใช้จัดอันดับ และเอาตัวเลขเหล่านั้นมาแยกแยะคุณภาพของเว็บตามเกณฑ์ที่กูเกิลกำหนดไว้

เขียนเนื้อหายังไงให้พอใจ Google

  เทคนิคการสร้างบทความให้ถูกใจ Google คือ การเขียนเนื้อหาให้ครอบคลุมทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่กำลังนำเสนอ เช่น หากเรากำลังสร้างบทความเกี่ยวกับการทำ "อาหาร" เราก็ต้องบรรยายรายละเอียดเกี่ยวกับกรรมแนวทางการทำอาหาร แต่ละเมนู รวมทั้งเขียนชี้แจงเกี่ยวกับเครื่องปรุงของเมนูอาหารนั้นๆ ตลอดจนเคล็ดลับวิธีการปรุงอาหารให้อร่อย เป็นต้น คือ ต้องชี้แจงให้ผู้ติดตามได้รับความรู้จริงๆ และสามารถนำเอาความรู้ที่ได้จากการอ่านเนื้อหาของเรา ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้นั่นเองครับ อย่างไรก็ตามจุดสำคัญอีกอย่างของการเขียนเนื้อหาให้มีคุณภาพในมุมมองของ Google คือ การโปรโมทให้คนเข้าอ่านบทความของเรามากๆ แม้ว่าบทความจะดีขนาดไหน มีรายละเอียดลึกซึ้งขนาดเท่าใด แต่ถ้าไม่มีคนอ่านเลย หรือ มีน้อย หน้าเว็บไซต์ หรือ หน้าเนื้อหาของเราก็จะติดอันดับแรกๆ ของ Google ได้ยากครับ เพราะยุคปัจจุบัน กูเกิลเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับผู้ใช้งาน เป็นอันดับแรก เว็บไหนก็ตามที่มีคนเข้าเว็บมากๆ ย่อมจะมีอันดับที่ดีตามมาครับ บางทีอาจไม่ต้องสร้างลิงค์กลับเข้าหาเว็บหลักด้วยซ้ำ สรุป การเขียนบทความคุณภาพในมุมมองของ Google คือ การเขียน Content ที่มีรายละเอียดครบถ้วน รวมทั้งมีการสืบทอดประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้อ่าน อีกทั้งต้องโปรโมทให้คนเข้าอ่านเนื้อหาจำนวนมากๆ เท่านี้ เราก็สามารถเป็น Expert Writer ในมุมมองกูเกิลได้แล้วละครับ

วิธีการปรับ On-Page SEO ให้เว็บไซต์

  การปรับเอสอีโอออนเพจแบบง่ายที่สุด และเป็นวิธีการการดันอันดับแรกๆ เลยก็คือ การปรับให้ Title ของเว็บไซต์ Meta Description และ Meta Keywords รวมทั้งการเน้นคำ ข้อความ ประโยค ให้สนับสนุน Keyword ที่เราต้องการทำ SEO ครับ การปรับไตเติ้ลของเว็บไซต์ ควรแทรกคีย์เวิร์ดหลักที่ต้องการโปรโมทให้ติดอันดับกูเกิล เข้าไปด้วย ซึ่ง ลำดับความสำคัญของ ข้อความ หรือ ประโยค ของไตเติ้ลจะเรียงจากซ้ายไปขวาครับ นั่นมีความหมายว่า หากเราอยากได้เน้นคีย์เวิร์ดอะไร ก็กำหนดให้อยู่ด้ายซ้ายมือสุดไว้ครับ แต่บางที ต้องให้ความสำคัญของ การทำให้ประโยคหน้าสนใจด้วยครับ บางที การนำ Main Keyword ของเว็บไปอยู่ด้านหน้าสุด อาจไม่ทำให้ประโยคหน้าสนใจ ทำให้คนเห็นแล้วอาจคลิกเข้าอ่านเว็บน้อยลงได้ครับ การที่คนค้นหาแล้วเจอเว็บของเรา ไม่ว่าจะเป็นหน้าหลัก หรือหน้ารอง หากมียูสเซอร์ทำการคลิกเข้าอ่านเนื้อหาภายในเว็บ จะทำให้เว็บไซต์ของเราได้รับแต้มสถิติของ Search Engine Console ในส่วนของ Analytics for Search ซึ่ง กูเกิลจะเข้าใจว่าเว็บของเราเกี่ยวกับคีย์เวิร์ดอะไรมากที่สุด และมีคนสนในคลิกเข้าเว็บของเราจากลุ่มคีย์เวิร์ดไหน เพื่อนำเว็บของเราไปจัดอันดับในกลุ่มคีย์เวิร์ดที่มีผู้ใช้งานค้นหาและคลิ กเข้าอ่านเว็บบ่อยๆ ครับ และยิ่งมีคนคลิกเข้าอ่านเว็บของเรามากเท่าไหร่ ย่อมทำให้เว็บของเรามีค่า CTR (Click Through Rate) สูงยิ่งขึ้น และค่า CTR นี่เอง ทางพนักงาน Google อย่าง Andrey Lipattsev ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมปรับปรุงในด้าน Search Quality ให้สัมภาษณ์กับสื่อ Search Marketing ของอเมริกาว่า Click-through-rates as a ranking signal ซึ่งสัมพันธ์กับผู้เชี่ยวชาญทางด้าน SEO อย่าง Rand Fishkin ที่ออกมาให้ความเห็น พร้อมทั้งได้ทำการประเมินผลเกี่ยวกับค่า CTR ว่ามีผลต่อการจัดอันดับดูเหมือนจะมาก รวมไปถึงการ Click เข้าเว็บผ่านการ Search Query เป็นปัจจัยที่ทำให้ติดอันดับรวดเร็วและมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล แม้ว่าทีมงานของ Google บางท่าน เช่น Gary Illyes ทำงานด้าน Standup Trends Analyst at Google หรือ Jonh Mueller ทำงานด้าน Webmaster Trends Analyst at Google. For webmaster help. ซึ่งไม่ได้อยู่ในแผนกการพัฒนาระบบ Core Algorithm ได้ออกมาพูดว่า CTR และการคลิกเข้าเว็บไม่ได้เป็นปัจจัยในการจัดอันดับ Google Ranking แต่เมื่อหัวหน้าทีมปรับปรุงทางด้านคุณภาพของกูเกิลออกมายืนยัน ก็เชื่อมั่นว่าถูกต้องแล้ว อีกทั้งมันก็สอดคล้องกับการทดลองเกี่ยวกับ SEO จากผู้เชี่ยวชาญระดับเวิร์ลคลาส หรือแม้กระทั่งตัวผมเอง ก็เข้าใจว่าปัจจัยเหล่านี้ส่งผลต่ออันดับค่อนข้างมาก และอาจเป็นปัจจัยหลักด้วยซ้ำไปครับ แม้ว่า Andrey Lipattsev จะออกมายืนยันว่า Google ยังคงใช้ Content + Link เป็นปัจจัยหลักในการจัดอันดับเอสอีโอ และจะใช้ Content + Link + RankBrain ในการจัดอันดับเอสอีโอ Top 3 ก็ตาม จากการทดสอบหลายๆ ครั้ง พบว่า ปัจจัยที่ส่งผลต่ออันดับที่เร็ว แรง มีประสิทธิภาพสูงสุด คือ ปริมาณ Traffic ที่เข้าสู่เว็บจากที่ตั้งที่แตกต่างกันทางด้านภูมิศาสตร์ และยิ่งเป็น Google Search Traffic ยิ่งจะส่งผลให้เว็บติดอันดับ Google ได้เร็วมากๆ และทราฟฟิคมีแต่จะส่งผลดีเท่านั้น แตกต่างลิงค์อาจส่งผลเสียต่ออันดับเว็บได้ หากมีการ Update Algorithm แล้วระบบอัลกอริทึมคิดว่าลิงค์นั้นๆ ไร้คุณภาพ ก็อาจทำให้เว็บมีอันดับที่แย่ลงได้ แน่นอนถ้าเป็นทราฟฟิคจะไม่เกิดปรากฏการณ์ดังกล่าว เพราะทราฟฟิคที่มาจากคนจริงๆ ย่อมจะส่งผลดีต่อเว็บเสมอ และกูเกิลจะบันทึกสถิติเหล่านั้นไว้ตลอดเวลา ตราบใดที่เรายังคงใช้งาน โดเนมเนม นั้นๆ อยู่ครับ เห็นไมละครับในแง่ของ SEO หากเราพูดเกี่ยวกับอะไรสักหัวข้อ มันจะแตกแขนงออกไปหลายๆ หัวข้อย่อย และหลายๆ ปัจจัย จากการประเมินผลและทดสอบเกี่ยวกับ SEO Factors มาสักพัก จริงๆ แล้วทดลองมาเนิ่นนานหลายปี และเห็นว่า Google มีแนวโน้นที่จะใช้คน หรือ ยูสเซอร์ เป็นปัจจัยชี้วัดคุณภาพของเว็บไซต์ เหตุผลหลักที่ Google ทำเช่นนี้ เพราะนักทำ SEO สายดำ หรือที่เรียกว่า Black Hat นั้น ไม่สามารถใช้แนวทางการสแปม เพื่อทำให้มีคนเข้าเว็บจำนวนมากๆ ได้ อีกทั้งไม่สามารถทำให้คนค้นหาจาก Search Engine พูดง่ายๆ กูเกิลเลือกใช้ปัจจัยชี้วัดคุณภาพของเว็บด้วยปริมาณยูสเซอร์ รวมทั้งพฤติกรรมต่างๆ ของยูสเซอร์ในเว็บหนึ่งๆ ครับ ซึ่งระยะหลังเราจะได้ยินคำว่า UX (User Experience) จากเว็บเอสอีโอต่างประเทศอยู่บ่อยๆ ครับ

การปรับ On-Page ที่ดีต้องมีเนื้อหาครอบคลุม

  หลายๆ คนอาจเข้าใจว่าการปรับ On-Page ที่ดี คือการปรับแต่งเฉพาะในส่วนของ Title , Meta Description และ Meta Keywords รวมไปถึงการเน้นประโยคในประโยคที่มีคีย์เวิร์ดหลักของเว็บไซต์เท่านั้นๆ จริงๆ แล้วหากเป็นเมื่อหลายปีก่อนอาจจะใช้แค่การปรับเท่าที่กล่าวมาข้างต้นก็เพียง พอแล้ว แต่การทำเอสอีโอยุคนี้การปรับแค่นี้ยังไม่พอต่อคำว่าคุณภาพในสาย ตาของ Google เพราะคำว่าคุณภาพในมุมมองของกูเกิล คือ การทำให้เว็บมีบทความที่ครบคลุมเกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ อย่างแท้จริง ตลอดจนสามารถสืบทอดประสบการณ์ของผู้เขียนเข้าไปในเนื้อหาอีกด้วย เพื่อผู้อ่านได้รับประโยชน์สูงสุดจากการอ่านข้อมูลภายในเว็บ อีกทั้งในยุคนี้เราไม่มีความจำเป็นต้องเน้นคำ หรือ ข้อความ เยอะแยะ คล้ายสมัยก่อน Google ก็เข้าใจได้ว่าเรากำลังเขียนเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร และอยากได้นำเสนอให้กับผู้ติดตามในกลุ่มไหน คีย์เวิร์ดอะไร และใครบ้างควรได้อ่านบทความของเรา ซึ่งเรื่องพวกนี้กูเกิลเขาพัฒนาระบบอัลกอริทึมและระบบปัญญาประดิษฐ์มารองรับ การสร้างเว็บของเรา เพื่อออกสู่สายตายูสเซอร์ทั่วไปอยู่แล้วครับ ขึ้นอยู่กับเราว่าจะเขียนเนื้อหาได้ดีเท่าใด พอใจกูเกิลและผู้เยี่ยมชมมากน้อยเพียงใด เพราะยูสเซอร์คือผู้บอกให้กูเกิลทราบว่าเว็บเรามีคุณภาพหรือไม่ จากสถิติคนเข้าเว็บ ระยะเวลาที่อาศัยอยู่ในหน้าเว็บ (Time Session) ค่าอัตตราตีกลับ (Bounce Rate) จำนวนการเปิดหน้าเว็บไซต์ (PageView) สถานะของผู้ใช้งาน (Geography) ข้อมูลเหล่านี้สะท้อนถึงคุณภาพของเว็บไซต์ได้เป็นอย่างดีครับ และพยายามห้ามคัดลอกบทความจากเว็บไซต์อื่นมาโพสลงในหน้าเว็บของเราเด็ดขาด เพราะ Google จะมองว่าเว็บของเราเป็น Duplicate Content หรือเป็น Spam Content ได้ครับ หากอยากได้อ้างอิงเนื้อหาจากเว็บอื่น ให้ทำการเรียบเรียงตามความเข้าใจของเราครับ แน่นอนว่าคุณอาจเคยเจอเว็บที่คัดลอกเนื้อหาจากเว็บอื่นมาแล้วมีอันดับเอสอีโอ ที่ดีกว่าเว็บต้นฉบับ เช่น Sanook , Kappok , mthai บางทีเว็บเหล่านี้ก็คัดลอกเนื้อหาจากเว็บอื่นมา แล้วให้เครดิตกับเว็บต้นฉบับ แต่อันดับเอสอีโอดันเจ๋งกว่า ไม่ต้องไม่เข้าใจกันครับ เพราะเว็บพวกนี้เป็นเว็บขนาดใหญ่มีจำนวนยูสเซอร์เข้าเว็บปริมาณมากมาย มหาศาล และด้วยจำนวนทราฟฟิคมากๆ ทำให้กูเกิลมองว่ามีคุณภาพมากกว่าครับ ยังไงถ้าเป็นเว็บใหม่ หรือเว็บไม่ใหญ่ ไม่ควรคัดลอกบทความจากเว็บอื่นมาเป็นอันขนาดครับ เพราะอาจทำให้เว็บมีอันดับร่วงไปจากเดิมได้ครับ

ปรับ On-Page ที่ดีต้องแชร์เนื้อหาไปยัง Facebook

  แม้ว่าสมัยนี้ Google จะพัฒนาระบบอัลกอริทึมไปอย่างรวดเร็ว มีระบบอัลกอริทึมใหม่ๆ ออกมามากมาย อีกทั้งได้ปรับปรุงระบบ Algorithm ให้มีขีดความสามารถในการคัดกรองคุณภาพของเว็บได้มากขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าการสร้างบทความ
คุณภาพอย่างเดียวก็สามารถติดอันดับแรกๆ ของ Main Keyword และ Niche Keyword บ้างอาจเรียก Long tial keywords ได้ แต่ระดับการแข่งขันเอสอีโอของแต่ละคีย์เวิร์ดย่อมแตกต่างกันออกไป สำหรับคีย์ที่มีการแข่งขันสูงๆ และมีคนค้นหามากๆ มีตัวเลขเกิดขึ้นมากมายในแต่ละวันของคีย์เวิร์ดนั้นๆ การที่เราอาศัยแค่เขียนเนื้อหาดีอย่างเดียวอาจไม่สามารถรับประกันในการทำให้ติด อันดับแรกๆ ของ Search Result ได้ครับ เพราะกูเกิลไม่ได้มองแค่คุณภาพของเนื้อหา ความยาวของบทความ ความลึกซึ้งของเนื้อหา เพียงอย่างเดียว เพราะบางทีเนื้อหาที่มีรายละเอียดเยอะ แต่บางทีคนไม่ชอบอ่านก็มี Google จึงใช้ User เข้ามาตัดสินว่าเว็บไหนมีคุณภาพ บทความไหนควรอยู่อันดับแรกๆ ของ SERPs เริ่มเข้าใจกันบ้างแล้วใช่ไหมครับว่า การสร้างเว็บคุณภาพด้วยการเขียนเนื้อหา
คุณภาพ จำเป็นต้องมีคนอ่าน ยิ่งคนอ่านเยอะเท่าไหร่ ยิ่งแสดงว่ามีคุณภาพมากขึ้นเท่านั้น แม้ว่าหากเราสร้างบทความที่ดี เว็บของเราก็จะติดอันดับคีย์เวิร์ดรองหลายๆ คีย์ และผู้ค้นหาจะเจอหน้าย่อยของเราได้มากขึ้น แต่การรอให้ตัวเลขต่างๆ ที่เป็นดัชนีชี้วัดคุณภาพของเว็บค่อยๆ มีข้อมูลที่ดี จากการเขียนบทความ
เพียงอย่างเดียวอาจใ
รูปภาพที่เกี่ยวข้อง
รูปภาพที่เกี่ยวข้องอยากเก่งต้องอ่าน การทำ SEO On Page ทำการตลาดออนไลน์ สนับสนุน Search Engine แบบมืออาชีพ
สอนเกี่ยวกับ การทำ SEO On Page โปรโมทเว็บไซต์ รองรับ Google Algorithm แบบกูรู
อ้างอิงจาก: ทำ SEO
แท็ก: ทำ SEO
อ้างจาก: ทำ SEO
อยากเก่งต้องอ่าน การทำ SEO On Page ทำการตลาดออนไลน์ สนับสนุน Search Engine แบบมืออาชีพ
หมวดหมู่: Search Engine Optimization
หน้าหลัก: http://www.cmseogroup.com
รายละเอียดสินค้า: http://www.cmseogroup.com/page/สูตรการทำ-SEO-แบบใหม่
ติดต่อเรา: http://www.cmseogroup.com/page/คำถามก่อนจ้างทำ-SEO
ชื่อ: ซีเอ็ม เอสอีโอ กรุ๊ป (CM SEO GROUP)
ที่อยู่: Hamony Office หมู่ 1 ตำบลสันทรายน้อย อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ 50210
เบอร์โทรติดต่อ: 096-237-3905
อีเมล์: thaiseogroup@gmail.com


 

©HardcoreGraphic.com All rights reserved